วันพุธที่  29 มิถุนายน 2559 เวลา 01:31 น.
  • 17:13 น. Listen

    กองปราบประชุมคดี“ชูวงษ์”อีกครั้ง ระบุดีเอ็นเอลูกพริตตี้ไม่กระทบรูปคดี   

         



    จากกรณีที่นายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง หรือเสี่ยจืด อายุ 50 ปี อดีตนักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ เสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ หลังจากนั่งรถยนต์ซึ่งมี พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ และอดีต สส.นครสวรรค์ เป็นคนขับ ก่อนประสบอุบัติเหตุชนต้นไม้บริเวณตรงข้ามถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซอย 61 แขวง สวนหลวง เขตสวนหลวง กทม.เมื่อวันที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมานั้น ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 13 มกราคม 2559 พ.ต.อ.ณษ เศวตเลข รอง ผบก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1บก.ป. พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ บก.ป. พ.ต.อ.พงษ์ไสว แช่มลำเจียก พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ กก.6 รรท.กก.1 บก.ป. และคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำของนายชูวงษ์ โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง


    พ.ต.อ.ณษ กล่าวภายหลังการประชุมว่า วันนี้ได้เรียกประชุมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีดังกล่าว โดยนำแฟ้มสำนวนคดี 4 แฟ้มที่มีความเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ ที่ตำรวจ สน.อุดมสุข ซึ่งเป็นท้องที่ที่เกิดเหตุได้รวบรวมไว้ มาตรวจสอบอีกครั้ง หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ประชุมย่อยไปแล้วครั้งหนึ่ง ก่อนจะมีการแจกจ่ายงานให้คณะทำงานกลับไปรวบรวมพยานหลักฐาน รวมทั้งสอบปากคำพยานเพิ่มเติมอีกประมาณ 7-8 ปาก จากพยานทั้งหมด 60 ปาก ซึ่งยอมรับว่า การประชุมครั้งนี้ยังพบปัญหาอุปสรรคหลายส่วน เนื่องจากพยานบางรายยังไม่สามารถเข้าพบพนักงานสอบสวนได้ ตามที่นัดหมาย


    อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้รับผลจากกองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) แล้ว แต่อยู่ในระหว่างการตรวจสอบ เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวมีภาษาทางวิชาการค่อนข้างมาก นอกจากนี้ยังได้สอบปากคำผู้เชี่ยวชาญ กรณีการจำลองเหตุการณ์ขณะเกิดอุบัติเหตุแล้วเช่นกัน ซึ่งจะต้องนำข้อมูลทั้ง 4 ฝ่าย ได้แก่ข้อมูลจากนิติเวช ,ข้อมูลจากผลการจำลองเหตุการณ์ ,ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) มาประกอบกัน เพื่อให้สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน 


    แต่ขณะนี้จากการตรวจสอบเบื้องต้น ยังพบว่า ข้อมูลที่มียังขัดแย้ง และมีข้อสงสัยอยู่อีกจำนวนมาก ซึ่งไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เกรงจะกระทบกับรูปคดี ทั้งนี้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานแล้วเสร็จกว่า 90 เปอร์เซ็นต์แล้ว โดยหลังจากที่มีการตรวจสอบหลักฐานตามที่ทั้ง 4 ฝ่ายได้ให้ข้อมูลมาจนเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะเข้าชุมในวันที่ 20 มกราคมนี้


    เมื่อถามถึงกรณีของน.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล พริตตี้สาว ที่อ้างว่ามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับนายชูวงษ์ จนเป็นเหตุให้นายชูวงษ์ โอนหุ้นจำนวนกว่า 200 ล้านให้น.ส.กัญฐณา โดยภายหลังทางทนายของหญิงคนดังกล่าว ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ได้ตรวจดีเอ็นเอของบุตรชาย น.ส.กัญฐณา แล้วพบว่าตรงกับนายชูวงษ์นั้น พ.ต.อ.ณษ กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบเรื่อง และยังไม่เห็นหลักฐานดังกล่าว แต่ถึงแม้ว่าผลสรุปดีเอ็นเอ ของเด็กจะตรงกับนายชูวงษ์ ก็ยืนยันว่าไม่กระทบกับคดี พบพิรุธการโอนหุ้นของนายชูวงษ์แต่อย่างใด


    ขณะที่รายงานข่าวจากชุดสืบสวนแจ้งว่า ในส่วนของผลตรวจดีเอ็นเอของบุตรชายน.ส.กัญฐณานั้น เจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบเรื่อง ซึ่งหากเป็นเรื่องจริงขอให้ทางทนายความนำหลักฐานผลตรวจดังกล่าวมามอบให้เจ้าหน้าที่ แต่ยอมรับว่า เจ้าหน้าที่ติดใจว่าทาง น.ส.กัญฐณา นำดีเอ็นเอของนายชูวงษ์มาตรวจสอบได้อย่างไร
          

    วันที่โพสข่าว : 13 มค. 2559 เวลา 17:13 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

ข่าวเด่นวันนี้

ข่าวที่มีผู้ share สูงสุด 24 ชม.