วันพุธที่  29 มิถุนายน 2559 เวลา 08:52 น.
  • 22:16 น. Listen

    ดีเดย์1เม.ย.ใช้ระบบประเมินใหม่แก้ขรก.เกียร์ว่าง

    เมื่อวันที่ 12 ม.ค.2559 เวลา 14.45 น.พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมครม. ว่า ในที่ประชุมครม.นายกรัฐมนตรีได้ตรวจการบ้านจากรองนายกรัฐมนตรี โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี รายงานว่าต่อไปนี้ต้องกระตุ้นบรรดาข้าราชการเกียร์ว่างทั้งหลาย ประเมินผลในรูปแบบใหม่ ต้องดำเนินการให้ได้โดยเร็วที่สุด โดยจะมีผลเริ่มดำเนินการตรวจสอบตั้งแต่เดือนเมษายน 2559 เพื่อให้มีผลในการแต่งตั้งโยกย้ายในช่วง 1 ตุลาคม 2559 โดยนายวิษณุระบุว่ามีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว อาทิ ก.พ. ,ก.พร. , สำนักงบประมาณ , สำนักงานคณะกรรมการการพัฒนาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ , กระทรวงมหาดไทย ซึ่งดูแลผู้ว่าราชการจังหวัด โดยการประเมินผลแบบใหม่นี้ไม่เฉพาะราชการอย่างเดียว แต่รวมถึงผู้นำเบอร์หนึ่ง ขององค์กรรัฐวิสาหกิจด้วย หรืออาจรวมผู้บริหารในระดับท้องถิ่นด้วย ทูตตามสถานทูตต่างๆด้วย ระดับซี 10-11 แต่ถ้าซีต่ำกว่านั้นเป็นหน้าที่ของอธิบดีไปโดยยึดแนวทางตามกรอบการประเมินผลของส่วนกลาง เป็นพื้นฐานการปฏิบัติให้สอดคล้องกันด้วย
     
    โฆษกรัฐบาล กล่าวว่า “นายกฯบอกว่าวัตถุประสงค์ในการดำเนินการอย่างนี้ก็ตอบโจทย์ตามที่นายกฯได้สั่งการไปแล้ว คือการเร่งรัดให้ข้าราชการทุกระดับ โดยเฉพาะที่ประเมินผลโดยส่วนกลางคือข้าราชการระดับสูง ซี 10-11 ให้ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่มีเกียร์ว่าง เพราะเมื่อตรวจสอบไปแล้วก็พบว่ามีอยู่ไม่น้อยทีเดียว ตั้งเป้าการขับเคลื่อนนโยบายให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่รัฐบาลกำหนดไว้ ซึ่งบางส่วนอยู่ในอำนาจหน้าที่ที่ข้าราชการประจำพึงปฏิบัติได้ ดังนั้นการประเมินผลเช่นนี้จะทำให้ข้าราชการประจำตื่นตัวในการทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่มากขึ้นและเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปประเทศด้วย ใครผ่านการประเมินก็จะเป็นผลดี ใครไม่ผ่านการประเมินหรือคะแนนออกมาไม่ดีก็จะมีผลร้ายกับเจ้าตัวด้วย นี่คือมาตรการที่รัฐบาลจะปฏิรูประบบการทำงานของข้าราชการ”
     
    “โดยผลดังกล่าวนั้นนอกจากตัวบุคคลแล้ว ยังจะนำไปใช้ปรับปรุงวิธีการปฏิบัติงานของหน่วยงาน เช่น มีหน่วยงานที่ต้องการขยายหน่วยงานเป็น 2-3 หน่วย หรือบางหน่วยต้องการยุบรวม ก็นำผลจากการประเมินตรงนี้ที่จะมีผลของการพิจารณา ตัวชี้วัดที่จะนำมาใช้นั้นก็คือดัชนีชี้วัดจากต่างประเทศ เช่น ไอเคโอ , ธนาคารโลก , การประชุมในเวทีเศรษฐกิจโลก ดังนั้นแต่ละหน่วยงานดัชนีชี้วัดการประเมินผลก็จะแตกต่างกันออกไป โดยใช้แบบ 360 องศา หมายความว่ายุทธศาสตร์ที่กำหนดมาจะเป็นเหมือนครูออกข้อสอบว่าเราต้องทำให้ได้ตามผลอย่างนั้นอย่างนี้ เช่น เรื่องการออกข้อสอบ เมื่อก่อนสตช.กำหนดว่าปีนี้จะลดอุบัติเหตุให้ได้ในช่วงเทศกาล ตัวเลขลดหายต้องลดลง นั่นเป็นการกำหนดข้อสอบของตัวเอง แต่แบบใหม่นี้รัฐบาลจะใช้นโยบายเป็นตัวกำหนดข้อสอบ แล้วดูว่าเมื่อหน่วยงานได้รับนโยบายรัฐบาลแล้วมีการตอบรับ ทำงานแล้วเกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผลแค่ไหน และที่สำคัญอีกส่วนคืองานในระดับพื้นที่ด้วยว่ามีความรับผิดชอบในระดับพื้นที่มากน้อยเพียงใด ทั้งหมดนี้ดูที่ความตั้งใจ ความพยายามในการตั้งใจที่จะแก้ปัญหานั้นมากน้อยแค่ไหน ใส่ใจในหน้าที่รับผิดชอบตัวเองขนาดไหน ซึ่งจะมีคณะกรรมการตั้งขึ้นมาเพื่อประเมินว่าใครคะแนนอย่างไร”

    วันที่โพสข่าว : 12 มค. 2559 เวลา 22:16 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

ข่าวที่มีผู้ share สูงสุด 24 ชม.