วันพฤหัสบดีที่  30 มิถุนายน 2559 เวลา 06:33 น.
  • 14:02 น. Listen

    “สุขุมพันธุ์” รับคาดไม่ถึง “ภัยแล้ง” วิกฤตกรุงฯแล้ว   

      
      
      
    เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ที่สำนักงานเขตคลองสามวา ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เป็นประธานการประชุมแนวทางการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง โดยมีนายอมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่าฯกทม. นายภัทรุตม์ ทรรทรานนท์ รองปลัดกทม. ผู้แทนกรมชลประทาน กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) ผู้อำนวยการเขตกลุ่มกรุงเทพฯตะวันออก 9 เขต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ซึ่งพื้นที่กลุ่มกรุงเทพฯตะวันออก 9 เขต ประกอบด้วย หนองจอก คลองสามวา ลาดกระบัง มีนบุรี สะพานสูง บางกะปิ คันนายาว ประเวศ และบึงกุ่มมีพื้นที่การเกษตร ทั้งหมด 128,862 ไร่ 8,286 ครัวเรือน มีพื้นที่คาดว่าจะประสบภัยแล้ง 59,390 ไร่ และเกษตรกรที่คาดว่าจะประสบภัยแล้ง 3,869 ครัวเรือน
      
    ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า กรมชลประทานได้แจ้งสถานการณ์น้ำในเขื่อน ซึ่งมีปริมาณน้อยสามารถใช้เพื่ออุปโภคและบริโภค รวมทั้งรักษาระบบนิเวศน์ได้ แต่ไม่สนับสนุนให้มีการทำการเกษตร โดยปริมาณน้ำในเขื่อนภูมิพล ร้อยละ 37 เขื่อนสิริกิติ์ ร้อยละ 50 เขื่อนแควน้อย ร้อยละ 42 และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ร้อยละ 55 ขณะที่สำนักการระบายน้ำได้รายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่กรุงเทพฯมีปริมาณน้ำที่น้อย จึงได้เตรียมแผนการแก้ปัญหาระยะสั้น โดยการผลักดันน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาบางส่วนเข้าสู่คลองต่างๆ เพื่อเก็บกักน้ำที่จะใช้บรรเทาช่วงหน้าแล้งส่วนระยะยาวคาดว่าจะไม่เพียงพอและไม่สามารถผลักดันน้ำได้ จึงได้กำหนดพื้นที่แก้มลิงเพิ่มเติมอีก 10 แห่ง เพื่อแก้ไขปัญหาระยะยาว จากเดิมที่มีอยู่ 25 แห่ง ได้แก่ 1.คลองหม้อแตก สามารถรองรับน้ำได้ 9 แสน ลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) 2.คลองพระยาสุเรนทร์ สามารถรองรับน้ำได้ 1.6 ล้าน ลบ.ม. 3.คลองคู้บอน สามารถรองรับน้ำได้ 7 แสน ลบ.ม. 4.คลองบางชัน สามารถรองรับน้ำได้ 2 แสน ลบ.ม. 5.คลองสามวา(1) สามารถรองรับน้ำได้ 9 แสน ลบ.ม. และ6.คลองสามวา(2) สามารถรองรับน้ำได้ 7 แสนลบ.ม. โดยได้มอบหมายให้สำนักการโยธาสำรวจพื้นที่ เพื่อขอกฎหมายเวนคืนที่ดินบริเวณดังกล่าว ส่วนพื้นที่อีก 4 แห่ง อยู่ระหว่างเจรจาเพื่อขอใช้พื้นที่เป็นพื้นที่แก้มลิง โดยอาจจะเช่าหรือซื้อพื้นที่ ซึ่งแก้มลิงทั้ง 10 แห่งจะสามารถรองรับน้ำได้ 6 แสนลบ.ม.
      
    ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ กลุ่มกรุงเทพฯตะวันออก ได้ตั้งศูนย์ป้องกันปัญหาภัยแล้งในพื้นที่แล้ว โดยได้จัดเตรียมน้ำเพื่ออุปโภคและบริโภค รวมทั้งจัดเตรียมอุปกรณ์การส่งเสริมการใช้พืชน้ำน้อย การทำแนวกันไฟ เพิ่มเป็น 117 จุด จากเดิม 105 จุด โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้บ้านเรือนประชาชน ส่วนกรมประมง ได้เตรียมพันธุ์ปลา กบ มาแจกจ่ายให้ประชาชน เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเลี้ยงปลากระชังทดแทนนหน้าแล้ง ส่วนความคืบหน้าการวางท่อประปาในพื้นที่ฝั่งตะวันออก ที่ร่วมกับการประปานครหลวง พบว่าบางจุดมีปัญหาที่ไม่สามารถเข้าไปดำเนินการได้ เพราะเป็นพื้นที่ของเอกชน จึงไม่สามารถจ่ายน้ำประปาได้ครอบคลุมทั้งหมด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจา อย่างไรก็ตาม ตนคาดไม่ถึงว่าภัยแล้งจะเกิดเร็วมากขนาดนี้ เกษตรกรไม่สามารถทำนาปรังได้อีก จากที่เคยทำนาปรังได้ปีละ 1 ครั้ง แต่กทม.จำเป็นต้องสนับสนุนเพื่อดูแลความมั่นคงของครอบครัว โดยให้เกษตรกรปรับวิถีชีวิตระบบการผลิตและผลผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยใช้น้ำน้อยลง
      
    “ขณะนี้เป็นปัญหาที่ต้องแก้ไขเฉพาะหน้า ส่วนการเพิ่มแก้มลิงก็ต้องดำเนินการ แต่เกษตรกรจะรอกฎหมายเวรคืนไม่ได้ เพราะเกษตรกรต้องมีชีวิตต่อไปและต้องอยู่ได้ แต่ กทม.ไม่มีความรู้ด้านการเกษตร จึงจำเป็นต้องทำงานเชิงบูรณาการอย่างเป็นระบบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้ง อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าในอนาคตพื้นที่เกษตรกรรมในพื้นที่กรุงเทพฯจะมีน้อยลง” ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าว
      
    จากนั้น ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ พร้อมคณะผู้บริหาร ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมแปลงสาธิตการปลูกพืชทดแทน (พืชใช้น้ำน้อย) จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ 1.การปลูกพืชทดแทน (เมล่อน) ที่ซอยนิมิตใหม่ 36 แขวงสามวาตะวันออก และ 2.การปลูกพืชทดแทน (ถั่วเขียว) ซอยไมตรีจิต 9 แขวงสามวาตะวันออก รวมทั้งตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการสวนวารีภิรมย์ (บึงมะขามเทศและบึงสะแกงามสามเดือน)
     
    อัญมินทร์ เรียบเรียง

    วันที่โพสข่าว : 12 มค. 2559 เวลา 14:02 น.