วันเสาร์ที่  28 พฤษภาคม 2559 เวลา 01:09 น.
  • 11:27 น. Listen

    “บิ๊กป้อม” หอบแฟ้ม ศปมผ.แจงคืบหน้าแก้ปมIUUรายงานครม.   

      
      
    ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 12 ม.ค. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในวันนี้(12ม.ค.) ที่มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการประชุม มีวาระการประชุมที่ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เสนอวาระเพื่อทราบจร ซึ่งเสนอเข้าสู่ที่ประชุมหลังจากเริ่มการประชุมได้ไม่นาน ในวาระ เรื่อง รายงานความก้าวหน้าการแก้ไขการทำประมงผิดกฎหมายหรือไอยูยู และความพร้อมในการรับตรวจจากคณะผู้แทนจากสหภาพยุโรปที่จะเดินทางมาตรวจวันที่ 18-22 ม.ค. นี้ ซึ่งรายงานดังกล่าวจัดทำโดยศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย(ศปมผ.)
      
    โดยรายงานได้ระบุความพร้อมในการเตรียมการรองรับการตรวจของอียูใน 3ขั้นตอน ได้แก่ 1.กำหนดให้หน่วยทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการปฏิบัติตามหัวข้อที่คณะอียูได้กำหนดไว้จากการมาตรวจติดตามเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยให้แล้วเสร็จในวันที่ 8 ม.ค. ที่ผ่านมา 2.การเตรียมเอกสารและข้อมูลรับการตรวจ ส่วนราชการและคณะทำงานต่างๆได้หารือภายในส่วนงานที่รับผิดชอบ รวมทั้งการเตรียมเอกสารและข้อมูลที่ใช้ในการตรวจ ซึ่งเอกสารบางส่วนจะต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อให้คณะอียูนำไปตรวจสอบต่อได้ 3.การรับตรวจระหว่าง 18-20 ม.ค. จัดคณะทำงานเพื่อรับตรวจจากคณะตรวจทางเทคนิคสหภาพยุโรปที่จะมาตรวจประเมินและติดตามงาน จากนั้นระหว่างวันที่ 21-22ม.ค.2559 จัดคณะรับคณะผู้บริหารอียูที่จะมาประเมินผล
      
    โดยรายงานดังกล่าวสรุปว่า ในเรื่องของร่างกฎหมายและประกาศใช้เอกสารสำคัญ ระบุว่า มีการประกาศเอกสารสำคัญ คือ มีการประกาศใช้ พระราชกำหนดการประมงพ.ศ. 2558 เรียบร้อยแล้ว กฎหมายลูกร่างเรียบร้อย 52 ฉบับ คิดเป็น 100% ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว 31 ฉบับ คิดเป็น 50% รอประกาศในราชกิจจาฯ 21 ฉบับ คิดเป็น 50% ส่วนการบังคับใช้กฎหมาย มีการตรวจเรือในน่านน้ำไทย ซึ่งสหภาพยุโรปกำหนดให้ตรวจ 220 ลำ หรือ 10% ของเรือทั้งหมด แต่สามารถตรวจได้ 317 ลำ คิดเป็น 144% และตรวจเรือนอกน่านน้ำจำนวน 73 ลำ ตรวจไปแล้ว 43 ลำ คิดเป็น 59% ตรวจโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์น้ำ ซึ่งอียูกำหนดให้ตรวจ 81 โรงงาน หรือ 10% ของโรงงานทั้งหมด แต่ตรวจไปแล้ว 115 โรงงาน คิดเป็น 142% โดยโรงงานฯที่กระทำผิด กรมประมงได้สั่งให้หยุดประกอบกิจการเป็นเวลา 10 วันจำนวน 5 โรงงาน และเข้าข่ายที่จะพิจารณาให้หยุดประกอบกิจการอีก 3 โรงงาน และในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรมได้สั่งปิดโรงงานไปแล้ว 1 โรงงาน
      
    ขณะเดียวกันสำนักงานอัยการสูงสุดได้รายงานผลการติดตามคดีที่ส่งฟ้องศาล ความก้าวหน้าในการดำเนินการสำนวนคดี การบังคับใช้แรงงานและการค้ามนุษย์ตั้งแต่ 1 ต.ค. – 29 ธ.ค. 2558 จำนวน 41 คดี ในจำนวนนี้เป็นคดีเกี่ยวกับการทำความผิดการบังคับใช้แรงงานประมง 8 คดี
      
    ส่วนการพัฒนาระบบ 1.ระบบ VMS (Vessel Monitoring System) ในเรือประมง 60 ตันกรอสขึ้นไป ติดตั้งแล้ว 2,076 ลำ จาก 2,216 ลำ คิดเป็นร้อยละ 93.7 , 2.ระบบ E-Licence ดำเนินการจัดหาและทำสัญญาว่าจ้างบริษัท โดยคณะทำงานจัดทำ E-Licence ให้ระบบพร้อมใช้งานใน 30 มี.ค. 2559 และการพัฒนาระบบการจัดระเบียบเรือ/อาชญาบัตรแบบ Real time และ Online ดำเนินการเรียบร้อนยแล้วตั้งแต่ ธ.ค. 2558 ที่ผ่านมา และสามารถใช้งานได้ดี , 3.จัดทำระบบแจ้งเตือนเรือประมง 60 ตันกรอส ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการกระทำการประมงผิดกฎหมายโดยใช้ศูนย์ควบคุมเฝ้าระวังการกระทำผิดกฎหมาย สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง , 4.สร้างองค์ความรู้และฝึกอบรมผู้ปฏิบัติ โดยจัดหลักสูตรและคู่มือประกอบการปฏิบัติงานในศูนย์ควบคุมเฝ้าระวังฯเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการขออนุมัติเปิดหลักสูตรต่อไป และ 5.เริ่มบังคับให้มีผู้สังเกตการณ์บนเรือ (Observers on board) ในเรือประมงขนาด 60 ตันกรอสขึ้นไป โดยเริ่มจากกลุ่มเสี่ยง ซึ่งกรมประมงทำการอบรมความรู้ด้านการสังเกตการณ์บนเรือเรียบร้อยแล้ว เมื่อ 4 ธ.ค. 2558 และสามารถจัดผู้สังเกตการณ์บนเรือประมงได้ภายใน ม.ค. 2559 ซึ่งอยู่ระหว่างการออกระเบียบรองรับด้านค่าตอบแทนและความปลอดภัย
      
    ส่วนเรื่องความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆในประเทศ ได้มีการจัดทำข้อตกลงหรือเอ็มโอยู ร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและผู้ประกอบการประมงทะเลทั้งระบบ รวมทั้งกลุ่มเอ็นจีโอ อาทิ กรีนพีช และ ไอแอลโอ(ILO) ฯ ส่วนความร่วมมือกับต่างประเทศ ได้ลงนามเอ็มโอยูด้านการนำเข้าแรงงานกับกัมพูชาและเวียดนามเรียบร้อยแล้ว ลงนามเอ็มโอยูด้านการเกษตรและการประมงกับประเทศฟิจิเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เห็นชอบในร่างเอ็มโอยู ร่วมกับฟิลิปปินส์แล้วและอยู่ระหว่างการพิจารณาลงนามในร่างเอ็มโอยู รอการพิจารณาร่างเอ็มโอยูจากปาปัวนิวกินี และเกาหลีใต้ มีการหารือการจัดทำความร่วมมือแล้วกับประเทศหมู่เกาะ คือ คิรีบาติ โซโลมอน มาแชลส์ ไอส์แลนด์ ไมโครนีเซีย ซึ่งอยู่ระหว่างการร่างเอ็มโอยู อยู่ระหว่างการประสานความร่วมมือด้านการประมงกับมาเลเซีย รอบการตอบรับการทำเอ็มโอยูด้านการประมงและด้านแรงงานกับเมียนมา อยู่ระหว่างการจัดตั้งคณะทำงานร่วมว่าด้วยความร่วมมือด้านการประมงไทย-อินโดนีเซีย
     

    วันที่โพสข่าว : 12 มค. 2559 เวลา 11:27 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

ข่าวเด่นวันนี้

ข่าวที่มีผู้ share สูงสุด 24 ชม.