วันอังคารที่  30 สิงหาคม 2559 เวลา 02:52 น.
  • 16:43 น. Listen

    มส.ไม่มีวาระพิจารณาเสนอชื่อสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่

    เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 11 มกราคม 2559 ที่หอประชุมสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศหน้าห้องประชุมมหาเถรสมาคม(มส.)มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรอำเภอพุทธมณฑล สถานีตำรวจภูธรอำเภอสามพราน และสถานีตำรวจภูธรตำบลโพธิ์แก้ว กว่า 30 นาย และเจ้าหน้าที่ทหาร จำนวน 10 นาย คอยอำนวยความสะดวกดูแลความเรียบร้อย นอกจากนี้ยังมีสื่อมวลชนจำนวนมากเดินทางมารอทำข่าวการประชุมมส.


    จากนั้นเวลา 12.50น. มีพระสงฆ์ในเขตปกครองคณะสงฆ์จ.นครปฐม พร้อมพระสงฆ์ในสังกัดเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค 14 ทยอยเดินทางมาที่หอประชุมสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เพื่อให้กำลังใจสมเด็จพระสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์(ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เนื่องจากที่มีกระแสข่าวว่า พระสุวิทย์ ธีรธมฺโม (พระพุทธอิสระ) วัดอ้อน้อย จ.นครปฐม จะเดินมายื่นหนังสือต่อนายพนม ศรศิลป์ ผู้อำนวยการพศ. เพื่อคัดค้านการเสนอชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ แต่งตั้งเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20

     
    ต่อมา เวลา 13.00น.นายเสถียร วิพรมหา นายกสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา(สนพ) และภาคีเครือข่ายเข้ายื่นหนังสือต่อนายพนม ศรศิลป์ ผู้อำนวยการพศ. เพื่อเสนอให้มหาเถรสมาคม(มส.)และพศ. ยึดข้อกฎหมายตามพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติมพ.ศ.2535 เป็นหลัก ในการเสนอชื่อแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 เพื่อไม่ให้สังคมเกิดความสับสนและเพื่อป้องกันความขัดแย้งแตกแยกในสังคม

     
    นายเสถียร กล่าวว่า เนื่องจากการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชเป็นเรื่องของคณะสงฆ์ ที่ยึดตามมติของมส.เมื่อมส.เสนอชื่อสมเด็จพระราชาคณะรูปใดต้องยึดตาม จึงขอให้ทุกฝ่ายใจเย็นไว้ก่อน เพราะขณะนี้ขั้นตอนการเสนอแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชกำลังเดิน จึงไม่อยากให้ความเห็นแตกต่าง กลายเป็นความขัดแย้ง ทำให้เกิดความเสื่อมเสียกับพระพุทธศาสนาและสังคมไทย นอกจากนี้เรื่องการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช เป็นเรื่องภายในของศาสนจักร ซึ่งมีหลักกฎหมายตราไว้อยู่ และเป็นสิ่งที่เราต้องยอมรับ ข้อใดๆที่ทำให้เกิดความขัดแย้ง เช่นการที่มีกลุ่มบุคคลไปเรียกร้องกำหนดคุณสมบัติของสมเด็จพระสังฆราช จะเข้าข่ายก้าวก่ายองค์กรสงฆ์ และส่งผลให้คฤหัสถ์ขัดแย้งกันเอง “ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่ได้มาสนับสนุนฝ่ายไหน แต่มาสนับสนุนให้การแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชดำเนินตามข้อกฎหมาย ซึ่งตามหลักมส.ต้องเสนอชื่อสมเด็จพระราชาคณะที่มีอาสุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์เป็นอื่นไปมิได้ เมื่อมส.มีมติรายชื่อเสนอแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช พศ.ในฐานะเลขาธิการมส.มีหน้าที่นำเสนอมติมส.ต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อเสนอขึ้นทูลเกล้า ต่อไป”นายเสถียรกล่าว


    จากนั้นนายประดับ โพธิกาญจนวัตร รองโฆษกพศ. แถลงภายหลังการประชุมมส.ว่า ที่ประชุมมส.ไม่มีวาระการชุมและไม่มีการหารือเรื่องการเสนอชื่อแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช ทั้งนี้ การสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ต้องเป็นไปตาม มาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ฯ ระบุไว้ว่า พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์หนึ่งในกรณีที่สมเด็จพระสังฆราชว่างลง ให้นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคม(มส.) เสนอนามสมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ขึ้นทูลเกล้าฯเพื่อทรงสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช อย่างไรก็ตาม มาตรานี้ขึ้นอยู่กับการตีความ ซึ่งก็ไม่ทราบเจตนารมณ์ของกฎหมาย “ส่วนกรณีที่มส.มีการประชุมนัดพิเศษ เมื่อวันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา และมีกระแสข่าวว่ามส.มีมนชติเสนอสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 ทางพศ.ทราบเพียงว่ามีการประชุมจริงแต่เป็นการประชุมลับ จึงไม่มีเจ้าหน้าที่พศ.เข้าร่วมประชุมด้วย จึงไม่สามารถตอบได้ว่าการประชุมวันนั้นมีการเสนอชื่อตั้งสมเด็จพระสังฆราชหรือไม่ ในส่วนของพศ.ก็ยังไม่ได้แจ้งจาก มส.ว่า มีมติเสนอรายชื่อสมเด็จพระสังฆราช ” นายประดับกล่าว


    นายประดับ กล่าวต่อว่า ในที่ประชุมมส. สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ มอบพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช แต่งตั้งสมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศวิหาร ให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต และเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ทั้งนี้สมเด็จพระวันรัตได้ลาออกจากตำแหน่งแม่กองธรรมสนามหลวง ที่ประชุมมส.จึงมีมติแต่งตั้งพระพรหมมุนี(สุชิน อคฺคชิโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เป็นแม่กองธรรมสนามหลวง

    วันที่โพสข่าว : 11 มค. 2559 เวลา 16:43 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

ข่าวเด่นวันนี้

ข่าวที่มีผู้ share สูงสุด 24 ชม.