วันพฤหัสบดีที่  28 กรกฎาคม 2559 เวลา 02:10 น.
  • 15:30 น. Listen

    “บิ๊กต๊อก”เร่งยกเครื่องงานคุมประพฤติ

     
    พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นประธานเปิดโครงการสัมมนาทางวิชาการ“ข้อกำหนดโตเกียวกับก้าวใหม่ของงานคุมประพฤติ”ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกรมคุมประพฤติกระทรวงยุติธรรมกับสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย(TIJ)โดยมีการปาถกฐาพิเศษจาก Mr. Hiroshi Kataoka อธิบดีกรมแก้ไขฟื้นฟูกระทรวงยุติธรรม ประเทศญี่ปุ่น
     
    พล.อ.ไพบูลย์ เปิดเผยว่า “ข้อกำหนดโตเกียวสอดรับกับนโยบายของกระทรวงยุติธรรมและพระดำริของพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภาตามข้อกำหนดกรุงเทพการส่งเสริมข้อกำหนดโตเกียวของไทยเน้น 2 ประเด็น คือ การป้องกันไม่ให้คดีต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและการใช้มาตรการทางเลือกแทนการจำคุกเพื่อให้ผู้กระทำผิดไม่ต้องเข้าเรือนจำหรือออกจากเรือนจำให้เร็วที่สุด กระทรวงยุติธรรมให้ความสำคัญกับนโยบายด้านการสร้างความปลอดภัยในสังคมได้มอบหมายให้กรมคุมประพฤติดำเนินตามแผนงานด้านการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดในชุมชน โดยการคุมประพฤติ อาทิ การจัดตั้งบ้านกึ่งวิถีการสร้างงานสร้างอาชีพให้กับผู้กระทำผิดและผู้พ้นโทษกลุ่มต่างๆ การพัฒนาคุณภาพการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพบูรณาการกับอาสาสมัครกลุ่มต่างๆ และการพัฒนามาตรการทางเลือกใหม่ๆแทนการจำคุกเช่นเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ 
    ขณะนี้สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.)ได้ร่างหลักเกณฑ์และข้อเสนอต่อรัฐบาลเพื่อให้มีการใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ ในสามมิติคือใช้ในการคุมประพฤติ,การปล่อยตัวชั่วคราวกับผู้ที่ไม่มีเงินประกันและใช้เป็นการลงโทษระดับกลางไม่ต้องติดคุกแต่ใช้วิธีกักบริเวณอยู่ในบ้านแทนและกำหนดให้ปี 2559 เป็น “ปีแห่งสังคมปลอดภัยด้วยงานคุมประพฤติ” โดยจะต้องทำความเข้าใจกับคณะรัฐมนตรี (ครม. )เพื่อให้ทุกกระทรวงร่วมกันสร้างอาสาสมัครคุมประพฤติเพื่อเป็นกลไกดูแลฟื้นฟูผู้กระทำผิดถูกคุมประพฤติให้คืนกลับครอบครัวได้
     
    ด้าน Mr. Hiroshi กล่าวว่า มาตรการไม่คุมตัวหรือข้อกำหนดโตเกียว มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการกระบวนการยุติธรรมทางอาญา โดยเฉพาะการดูแลผู้กระทำผิดพร้อมๆกับการส่งเสริมให้ผู้ทำผิดได้ตระหนักถึงความผิดชอบที่มีต่อสังคม เพื่อแก้ปัญหานักโทษล้นคุก และยังเป็นการช่วยลดการกระทำผิดซ้ำด้วย ในญี่ปุ่นมีอาสาสมัครคุมประพฤติกว่า 47,000 คน มีพนักงานคุมประพฤติอาชีพเพียง 1,000 คน เท่านั้น โดยอาสาสมัครฯไม่ได้รับเงินตอบแทนและจะทำงานร่วมกับพนักงานคุมประพฤติและมีบทบาทสำคัญในการช่วยป้องกันปัญหาอาชญากรรม
     
    “ในประเทศญี่ปุ่นได้นำมาตรการพักโทษมาใช้เพื่อแก้ปัญหาความแออัดในเรือนจำ โดยมีนักโทษเด็ดขาดอยู่ในเรือนจำสูงถึง 70,496 คน ต่อมามีการแก้ปัญหาด้วยการใช้มาตรการคุมประพฤติด้วยการพักการลงโทษ โดยมีเงื่อนไขว่าผู้ที่ได้รับการพักโทษจะต้องได้รับโทษจำคุกมาแล้วช่วงเวลาหนึ่งหรือ 1 ใน 3 ของกำหนดโทษหรือ 10 ปีกรณีโทษจำคุกตลอดชีวิต”อธิบดีกรมแก้ไขฟื้นฟูกระทรวงยุติธรรมประเทศญี่ปุ่นกล่าว และว่า วัตถุประสงค์ของการควบคุมและสอดส่องในช่วงพักโทษก็เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ได้รับการพักโทษไปทำความผิดซ้ำ และแก้ไขฟื้นฟูตัวเองให้อยู่ในชุมชนได้อย่างปกติ ซึ่งระหว่างพักโทษจะมีการฝึกอาชีพให้ พร้อมทั้งปรับสภาพแวดล้อมของผู้ต้องขังก่อนได้รับการปล่อยตัว โดยผลวิจัยพบว่าอัตราการทำความผิดซ้ำของผู้พ้นโทษที่ได้รับการปล่อยตัวแล้วไม่มีงานทำสูงกว่าผู้ที่ได้รับการปล่อยตัวแล้งที่มีงานทำมากถึง 4 เท่า

    วันที่โพสข่าว : 11 มค. 2559 เวลา 15:30 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

ข่าวเด่นวันนี้

วีดีโอ ผู้ชมสูงสุดใน 24 ชม.