วันพุธที่  24 สิงหาคม 2559 เวลา 09:33 น.
  • 13:23 น. Listen

    โคราชแล้งจัดประกาศภัยแล้งแล้ว 8 อำเภอ 

    เช้าวันนี้(7ม.ค.59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากในหลายพื้นที่ของจังหวัดนครราชสีมา กำลังประสบกับปัญหาภัยแล้งที่ลุกลามในพื้นที่ต่างๆ อย่างเช่นที่อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา เจ้าหน้าที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาทุ่งสัมฤทธิ์ (เขื่อนระบายน้ำพิมาย) ต้องทำการปิดประตูระบายทั้ง 6 บาน ที่ระบายลงสู่พื้นที่ท้าย เพื่อทำการกกักเก็บน้ำไว้ในการอุปโภคบริโภค ทำให้ในพื้นที่ท้ายเขื่อนนั้นปริมารน้ำเริ่มแห้งขอดจนเริ่มมีสันทรายโผล่ขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก โดยล่าสุดปริมาณน้ำเหนือเขื่อนระบายน้ำ วัดๆได้ 3 หมื่น 7 พันลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 76 เปอร์เซ็นต์ ของปริมาณน้ำกักเก็บทั้งหมด 4 ล้านลูกบาศก์เมตร


    ทำให้เกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ท้ายเขื่อนระบายน้ำพิมาย นั้นต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจากการเคยเพาะปลุกข้าว ต้องหันมาปลูกพืชตระกูลถั่วที่เป็นพืชใช้น้ำน้อย ทั้งนี้ก็เพื่อหารายได้เสริมในช่วงที่ไม่ได้มีการเพาะปลูกข้าวนาปรัง อย่างเช่น นายสมพล หมั่นสุจริต อายุ 34 ปี บ้านคลองนมวัว หมู่ที่ 1 ตำบลในเมือง อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ต้องทำการปรับเปลี่ยนพื้นที่จากเดิมที่เคยใช้ปลูกข้าวนาปี หันมาปลูกพืชในระบบน้ำหยด เช่น แตงกวา บวบ และ แฟง เนื่องจากเป็นพืชระยะสั้นและใช้น้ำในการเลี้ยงดูที่น้อยกว่า การเพาะปลูกข้าว ทั้งนี้ก็เพื่อหารายได้มาเสริมเข้ามาเลี้ยงครอบครัวทดแทนการที่ไม่ได้เพาะปลูกข้าว นายสมพลฯกล่าว


    นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยถึงสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ที่ได้มีการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินภัยแล้ง 2558 จากทั้งหมด 32 อำเภอของจังหวัดนครราชสีมา แล้วทั้งสิ้น 8 อำเภอ , 59 ตำบล , 64 หมู่บ้าน, 49,037 ครัวเรือน พื้นที่ความเสียหายทั้งสิ้น 466,528 ไร่ แยกเป็นพืชไร่ 11,373 ไร่ , นาข้าว 455,129 ไร่ , พืชสวน 26 ไร่ มีการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งทั้งสิ้น 205,000 ไร่ เป็นพืชผักใช้น้ำน้อยเป็นส่วนใหญ่ มีพื้นที่เพาะปลูกข้าว 892 ไร่ ทั้งนี้สถานการณ์ภัยแล้งยังคงทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่องและเริ่มลุกลามไปยังหลายพื้นที่ ดังนั้นจึงต้องการให้ประปาทุกแห่งดำเนินการสำรองน้ำดิบให้เต็มแหล่งกักเก็บน้ำอยู่ตลอดเวลาเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภค บริโภคต่อประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา นายวิเชียรฯกล่าว


    ด้านนายชิตชนก สมประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 8 เปิดเผยถึงสถานการณ์ปริมาณน้ำภายในเขื่อนกักเก็บน้ำหลังทั้ง 5 แห่งของจังหวัดนครราชสีมา ที่มีปริมาณกักเก็บเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 41 เปอร์เซ็นต์ของความจุกักเก็บทั้งหมด โดยเขื่อนลำตะคอง อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ที่มีปริมาณน้ำใช้กักเก็บอยู่ 115.355 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 36.68 เปอร์เซ็นต์ของความจุ 314.49 ล้านลูกบาศก์เมตร , เขื่อนลำพระเพลิง อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 86.77 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น79.14 เปอร์เซ็นต์ ของความจุกักเก็บ 109 ล้านลูกบาศก์ , เขื่อนลำมูลบน อำเภอครบุรี ปริมาณน้ำปัจจุบันเหลือยู่ 47.78 ล้าน ลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 33.89 เปอร์เซ็นต์ จากความจุ 141 ล้านลูกบาศก์เมตร , เขื่อนลำแชะ อำเภอครบุรี ปริมาณน้ำปัจจุบันเหลืออยู่ 97.89 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 35.60 เปอร์เซ็นต์จากความจุ 275 ล้านลูกบาศก์เมตร และเขื่อนลำปลายมาศ อำเภอเสิงสาง ปริมาณน้ำปัจจุบันเหลืออยู่ 56.240 ล้านลุกบาศก์เมตร คิดเป็น 57.39 เปอร์เซ็นต์ จากความจุ 98 ล้านลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้ปริมาณน้ำที่มีอยู่นั้นเป็นไปตามแผนการบริหารจัดการน้ำที่ได้มีการประชุมกับทุกหน่วยงานและได้มีการทำข้อตกลงในการบริการจัดการน้ำแบบเป็นระบบ แต่อย่างไรก็ตามยังถือได้ว่าเป็นปริมาณน้ำที่จะต้อวงมีการติดตามอย่างใกล้ชิด นั้นจึงอยากให้ประชาชนผู้ใช้น้ำทุกคนนั้นร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัดและรู้คุณค่า เพื่อช่วยกันรักษาปริมาณน้ำที่มีอยู่นั้นให้ผ่านพ้นวิกฤติภัยแล้งไปได้

    วันที่โพสข่าว : 7 มค. 2559 เวลา 13:23 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

ข่าวที่มีผู้ share สูงสุด 24 ชม.