วันอังคารที่  31 พฤษภาคม 2559 เวลา 10:56 น.
  • 12:34 น. Listen

    “หมอวิชัย”เชื่อมีขบวนการจ้องล้มสสส.

    หลังจากที่ราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 5 ม.ค 2559ได้ลงประกาศ คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 1 / 2559 เรื่องประกาศรายชื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบเพิ่มเติม ครั้งที่ 3 โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฯ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 มีคำสั่งให้กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) จำนวน 7 ราย ได้แก่ นายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ รองประธานคนที่สอง ส่วน 6 คน ที่เหลือซึ่งเป็นกรรมการกองทุนฯ ได้แก่ นายสงกรานต์ ภาคโชคดี ,นายเอ็นนู ชื่อสุวรรณ,นายยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ,นายสมพร ใช้บางยาง , ร.ศ ประภัทร นิยม, และนายวิเชียร พงศธร พ้นจากการเป็นกรรมการสสส. ตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค. 59 เป็นต้นไป


    นายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน บอกว่า รับทราบถึงคำสั่งแล้วคสช.แล้วแต่ก็ไม่เข้าใจถึงเหตุผลว่าทำไมถึงต้องทำเช่นนั้น เพราะไม่ปรากฏเหตุผลในคำสั่งที่ชัดเจน ได้แต่คาดคะเนตามที่เข้าใจ เพราะจากที่ดูรายชื่อคณะกรรมการที่ถูกปลดล้วนเป็นคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มาจากการสรรหาแต่งตั้งโดยคณะรัฐมนตรี(ครม.)ที่เป็นไปตามกฎหมายของสสส. แต่ละคนก็ได้รับการสรรหามาจากหลายสาขาตามระเบียบที่คณะกรรมการสรรหากำหนดขึ้นมา


    ทั้งนี้คณะกรรมการสรรหาก็มาจากหลายภาคีและเครือข่ายต่างๆ โดยคณะกรรมการสสส.ทั้งหมดได้รับการสรรหาและเชิญมาให้ทำงานกับสสส.อย่างถูกต้อง อีกทั้งมีการตรวจสอบคุณสมบัติและผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการโดยตำแหน่งซึ่งเป็นข้าราชการเป็นผู้ตัดสินและเลือกเข้ามา นอกจากนี้ในการประชุมบอร์ดสสส.ในรัฐบาลที่ผ่านๆมา นายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นประธานบอร์ดสสส.โดยตำแหน่งส่วนใหญ่จะเข้าร่วมประชุม เช่น สมัยรัฐบาลนายกฯอภิสิทธิ์ รัฐบาลนายกฯทักษิณ รัฐนายกยิ่่งลักษณ์ก็เข้าร่วมประชุม ส่วนรัฐบาลอื่นๆก็มอบรองนายกฯมาเป็นประธานเท่านั้น


    โดยบอร์ดสสส.มีหน้าที่บริหารกองทุนและเงินซึ่งสสส.ไม่มีหน่วยงานย่อยช่วยทำงานเช่นกระทรวงต่างๆที่มีกรม กองคอยช่วยทำงาน ทำให้สสส.จึงต้องทำงานร่วมกับกระทรวงต่างๆ หน่วยงานราชการ ภาคเอกชน มูลนิธิ สมาคม ภาคประชาชนรวมถึงตัวบุคคลต่างๆ เพื่อให้เงินกองทุนของสสส.ใช้จ่ายในลักษณะของโครงการให้มากที่สุดซึ่งไม่ใช่เป็นการจ้าง นายแพทย์วิชัย บอกอีกว่า ส่วนกรณีที่สตง.เข้ามาตรวจสอบการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์นั้น ที่ผ่านมาสตง.ได้เข้ามาตรวจสอบโดยตลอด ก็ไม่มีปัญหา เพิ่งจะมีปัญหาในปีที่ผ่านมาซึ่งมีการระบุว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน กระทั่งมีขบวนการคิดที่จะล้มเลิกสสส.แต่ก็ไม่สำเร็จ ซึ่งเข้าใจว่าขบวนการนี้มีบริษัทเหล้า บุหรี่ต่างชาติอยู่เบื้องหลัง เพราะมองว่ากองทุนสสส.เป็นศัตรูที่จะขัดผลประโยชน์บริษัทเหล่านี้ รวมถึงโรงงานยาสูบก็มีความพยายามที่จะล้มบอร์ดสสส.เช่นกัน ส่วนกรณีที่มีการระบุว่าโครงการของสสส.ไม่ได้มีการประเมินผลงานและไม่มีการรายงานผลนั้น 


    ขอยืนยันว่ากฎหมายของกองทุนสสส.กำหนดไว้ชัดเจนให้มีคณะกรรมการประเมินผล ซึ่งคณะกรรมการประเมินผลได้รับการแต่งตั้งมาจากระทรวงการคลังและมีผู้แทนหลายหน่วยงานร่วมเป็นกรรรมการ อีกทั้งผลประเมินก็มีการรายงานต่อครม.และวุฒิสภา และสภาผู้แทนราษฎรทุกปี อย่างไรก็ตามมองว่าอนาคตของสสส.หลังจากนี้ก็ต้องดูว่าอำนาจรัฐที่จะดูแลให้เกิดความเป็นธรรมระหว่างบริษัทบุหรี่ เหล้ากับผลประโยชน์ของประชาชนว่าจะเอนเอียงไปในทิศทางใด


    นายแพทย์วิชัย บอกด้วยว่า ส่วนคำสั่งคสช.ที่ปลดบอร์ดสสส.7 คนจากทั้งหมด 9 คน หากวิเคราะห์ดูก็น่าจะมาจากเหตุผลที่ว่าบอร์ดทั้ง 7 คนเคยได้รับเงินจากกองทุนสสส.ในนามของมูลนิธิซึ่งเป็นเรื่องเข้าใจผิด เนื่องจากบุคคลเหล่านี้มีมูลนิธิมาก่อนที่จะมานั่งเป็นบอร์ดสสส. ซึ่งเรื่องนี้มองว่าไม่ผิดระเบียบและกฎหมายของสสส. และเรื่องนี้ก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบโดยพลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรรมเป็นประธานซึ่งผลตรวจสอบก็ออกมาว่าไม่มีความผิด ทุกอย่างโปร่งใส ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน แต่ก็นำไปสู่การแก้ระเบียบของสสส. 20 ฉบับซึ่งบอร์ดสสส.ก็ได้ดำเนินการแล้วเสร็จไปตั้งแต่เดือนธันวาคม 2558 โดยมีการแก้ไขตามข้อเสนอของคณะกรรมการตรวจสอบฯเสนอมาทั้งหมด อีกทั้งยังได้เพิ่มกรอบการทำงานให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ขณะนี้รอพลเรือเอกณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรีในฐานประธานบอร์ดสสส.ลงนามก็จะมีผลบังคับใช้ทันที “ก่อนหน้านี้บอร์ดสสส.ได้พูดคุยกันว่าจะมีการลาออกจากการเป็นบอร์ดเพราะบางคนรู้สึกไม่สบายใจ เนื่องจากต้องทำงานเป็นบอร์ดพร้อมกับการดูแลมูลนิธิ บอร์ดหลายคนต้องใช้เวลาตัดสินใจโดยที่ประชุมบอร์ดสสส.ให้เวลา 6 เดือน แต่บางส่วนบอกว่านานเกินไป และในที่สุดก็ได้ข้อสรุปให้เหลือเวลาตัดสินใจเพียง 3 เดือน เท่าที่คุยกันบางคนบอกว่าไม่เอาแล้ว มาอยู่นั่งอยู่บอร์ดสสส.ทำให้เสียชื่อเสียง จะลาออกตั้งแต่ช่วงแรกแต่ผมในฐานะรองประธานได้ขอร้องให้ช่วยกันประคับประคองการทำงานไปก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ แต่เมื่อมาเจอคำสั่งคสช.ก็ถือว่าจบการทำงานเท่านี้ หลังจากนี้บอร์ดสสส.ที่เหลือ 2 คนคือ นางทิชา ณ นคร ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสังคม และนายชำนาญ พิเชษฐพันธ์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย ก็คงต้องทำหน้าที่ต่อไปซึ่งมองว่าคำสั่งคสช.ครั้งนี้ยังเปิดช่องให้สสส.ทำงานต่อไปโดยกำหนดเดิมได้วางแผนไว้บอร์ดสสส.จะมีการประชุมในวันศุกร์ที่ 15 มกราคมนี้ โดยจะบรรจุวาระสรรหาบอร์ดสสส.ชุดใหม่ หากเป็นไปตามขั้นตอนนี้ คาดว่าภายใน 1 เดือนหรือไม่เกินเดือนกุมภาพันธ์น่าจะมีการกรรมการบอร์ดชุดใหม่มาแทน จากนี้จะต้องจับตาว่ากระบวนการสรรหากรรมการบอร์ดสสส.จะถูกแทรกแซงหรือไม่ ” นายแพทย์วิขัย กล่าว


    ด้านนายเอ็นนู ชื่อสุวรรณ หนึ่งในกรรมการสสส. บอกว่า ยังไม่รู้ว่าพลเอกประยุทธ์มีคำสั่งให้พ้นจากกรรมการสสส.เพราะสาเหตุอะไร แต่ให้เดาก็น่าจะเป็นเพราะตนเป็นกรรมการในมูลนิธิอื่นๆอีก 4-5 มูลนิธิ และบางมูลนิธิก็อาจจะเข้าไปรับเงินสนับสนุนจากสสส. การที่พลเอกประยุทธ์ใช้มาตรา 44 ให้ตนพ้นจากกรรมการสสส. ก็ไม่ได้รู้สึกอะไร เพราะตนเข้าไม่ได้เข้าไปทำมาหากินอะไรในสสส.อยู่แล้ว และการเข้าไปเป็นกรรมการสสส.ก็เพราะถูกเชิญให้เข้าไป ซึ่งตามหลักเกณฑ์ของสสส.เดิมไม่ได้ห้ามคนที่เป็นกรรมการในมูลนิธิอื่นที่รับเงินสนับสนุนจากสสส.เข้าไปเป็นกรรมการ

    วันที่โพสข่าว : 6 มค. 2559 เวลา 12:34 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

ข่าวที่มีผู้ share สูงสุด 24 ชม.