วันพฤหัสบดีที่  29 กันยายน 2559 เวลา 02:03 น.
  • 15:10 น. Listen

    “พงศพัศ”คาด 30 วันปรับปรุงร่างกฎก.ตร. แก้แต่งตั้งโยกย้ายให้เป็นธรรม

    ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 มกราคม 2559 พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) และพล.ต.อ.สุพร พันธุ์เสือ รอง ผบ.ตร. ร่วมประชุมคณะทำงานพิจารณาปรับปรุงรายละเอียดต่างๆ ของคณะพิจารณาการดำเนินการร่างกฎการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจฉบับใหม่ ตามคำสั่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คณะรักษาความสงบแห่งชาติ และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และประธาน ก.ตร. โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม 


    พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกคำสั่งที่ 44/2558 เกี่ยวกับการแก้ไขการบริหารงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเฉพาะการบริหารงานบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งโยกย้ายซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องอาศัยกฎ ก.ตร. ซึ่งในการประชุม ก.ตร. แต่ละครั้งที่ผ่านมาได้นำเสนอร่างกฎ ก.ตร.นี้ไปพิจารณา ซึ่งที่ประชุมเห็นว่าควรพิจารณาให้เกิดความรอบครอบและรอบด้าน ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) แต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาพิจารณาโดยมีตนเป็นหัวหน้าคณะทำงานในครั้งนี้ โดยเห็นว่ากระบวนการแต่งตั้งโยกย้ายมีความสำคัญกับข้าราชการตำรวจทุกนาย โดยเห็นชอบที่จะปรับปรุงกฎ ก.ตร. ฉบับนี้ให้ตอบสนองความต้องการและแก้ไขข้อผิดพลาด และให้เป็นที่พึงพอใจของทุกฝ่าย

     
    พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวอีกว่า ในการปรับปรุงร่างกฎ ก.ตร. ในครั้งนี้ จะมีการปรับปรุงรูปแบบการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายประจำปีหรือในวาระต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการเยียวยาย้อนหลังจะทำให้การแต่งตั้งเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากตำแหน่งที่รองรับมีจำนวนมากในแต่ละครั้ง ฉะนั้นการร่างกฎ ก.ตร. ขึ้นมาใหม่นี้ เปรียบเสมือนการดูแลปัญหาที่เกิดขึ้นในอดีต และจะมาพิจารณาใหม่ว่าจะแก้ไขจุดบกพร่องเหล่านี้อย่างไร โดยคาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 30 วัน โดยจะเสนอให้คณะกรรมการข้าราชการตำรวจพิจารณาต่อไป ซึ่งหากที่ประชุมมีมติเห็นชอบทันก่อนการแต่งตั้งตำรวจตั้งแต่ระดับสารวัตร ถึงรองผู้บังคับการ วาระประจำปี 2558 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 31 ม.ค.นี้ ก็จะหยิบกฎ ก.ตร. รูปแบบใหม่มาพิจารณาในการแต่งตั้งครั้งนี้ด้วยเช่นกัน “ในการประชุมครั้งนี้ ยังมีการพิจารณาตำแหน่งนายตำรวจที่รับราชการมาเป็นระยะเวลายาวนาน แต่ไม่ได้มีความเจริญก้าวหน้าในชีวิตรับราชการ โดยเฉพาะตำแหน่งนายตำรวจยศระดับนายพลขึ้นไป ให้มีตำแหน่งเทียบเท่าเปรียบเสมือนที่ปรึกษาของ รองผบ.ตร.ที่ดูแลสายงานหลัก 4 คน และตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร. จำนวน 8 คน แต่จะไม่มีโอกาสขึ้นสู่ตำแหน่งหลักได้ อย่างไรก็ตามทางคณะทำงานฯ จะมีการประชุมในเรื่องนี้ก่อนว่าจะมีตำแหน่งที่เหมาะสมรองรับหรือไม่ รวมถึงการขยายเวลาการดำรงตำแหน่งนายตำรวจระดับรองผู้บังคับการ ถึง รองสารวัตร เพื่อต้องการให้ตำรวจมีประสบการณ์ในการปฏิบัติหน้าที่มากขึ้นเพื่อทำงานได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งเมื่อขึ้นดำรงตำแหน่งระดับนายพลจะทำให้มีโอกาสเติบโต เพราะจะมีตำแหน่งที่เปิดว่างมากขึ้น” รอง ผบ.ตร. กล่าว 

     
    ผู้สื่อข่าวถามว่ากฎ ก.ตร. ที่ผ่านมามีปัญหาอย่างไรจึงต้องมีการปรับปรุง พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า ปัญหาที่ผ่านมา จะพบว่ามีการฟ้องร้องการเยียวยา โดยเห็นว่าไม่มีความเป็นธรรมแก่ข้าราชการตำรวจ เมื่อมีคำสั่งของ คสช.ออกมา จึงต้องมีการปรับปรุงแก้ไขกฎ ก.ตร.เสียใหม่ เพื่อรองรับปัญหาที่เกิดขึ้นในอดีต และทำอนาคตให้ดีกว่า โดยในการประชุม ก.ตร. ครั้งที่ผ่านมาคณะทำงานฯ ทุกท่านมีความเห็นชอบ จึงต้องมีการปรับปรุงแก้ไขการบริหารงานบุคคลเสียใหม่ 


    เมื่อถามว่าเป็นการเร่งรัดเพื่อให้ทันการแต่งตั้งวาระประจำปี ในประมาณเดือนเมษายน หรือไม่ รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า ไม่ได้เร่งรัดอะไร แต่ปัญหาที่เป็นผลกระทบ แต่ทำอย่างไรให้กฎ ก.ตร. ที่จะแต่งตั้งในครั้งต่อไปไม่มีปัญหาเหมือนที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า แล้วทำไมต้องมีการเร่งรัดปรับปรุง พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า ความจริงแล้วกฎ ก.ตร.ทำได้ทุกเรื่อง แต่ทางนายกฯ และรองนายกฯ อยากจะเห็นกฎก.ตร.เป็นหลักเกณฑ์ที่จะพิจารณาการแต่งตั้งอย่างชัดเจนและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งกฎ ก.ตร. ก็ถือเป็นโรดแมปและเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการที่ทุกคนรับรู้ เห็นชอบก็สามารถใช้เป็นกฎเกณฑ์ในการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายในการบริหารงานบุคคลในส่วนอื่นๆได้ การที่จะมายกเว้นหรืออะไรต่างๆ ในก.ตร. โดยมารยาทแล้วเราจะไม่ทำกัน ซึ่งเราจะยึดหลักก.ตร.มาพิจารณาเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นการเฉพาะ การที่จะมายกเว้นกฎก.ตร.ในแต่ละครั้ง มักทำให้เกิดความเป็นธรรมกับบุคคลหนึ่งและไม่เกิดความเป็นธรรมกับอีกหลายๆ ฝ่าย เพราะฉะนั้นหากเรามีกฎ ก.ตร.เป็นโรดแมปที่หลายฝ่ายยอมรับ เราก็ใช้กฎก.ตร.ในการดำเนินการ โดยไม่ต้องยกเว้นประชุมต่อไป 


    นอกจากนี้การร่างกฎก.ตร.จะต้องให้ข้าราชการตำรวจทุกนายยอมรับและทำให้ทุกคนมีความเจริญก้าวหน้า รวมถึงสะท้อนการทำงานที่เท่าเทียบกันด้วย เมื่อถามว่าหัวใจหลักในการปรับปรุงครั้งนี้คืออะไร รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า เป็นการแก้ไขปัญหาในอดีต โดยเฉพาะการแต่งตั้งที่หลายฝ่ายเห็นว่าไม่เป็นธรรม รวมถึงการวิ่งเต้นโยกย้ายหรือการซื้อขายตำแหน่งหรือกรณีใดต่างๆ ซึ่งนายกฯและรองนายกฯ อยากปิดช่องว่างในปัญหานี้ ซึ่งกฎนี้อาจจะไม่ได้ปิดช่องว่างในทุกส่วน แต่ปัญหานี้ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตก็จะลดน้อยลงไป พร้อมยืนยันว่าไม่ได้เป็นการเร่งรัดให้เกิดการโยกย้ายนอกฤดูในช่วงเดือนเมษายนแต่อย่างใด 
     

    เมื่อถามว่าต้องมีการประชุมอีกกี่ครั้งถึงจะเสร็จสิ้น พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า โดยในระยะเวลา 30 วันนี้จะมีการประชุมบ่อย โดยจะต้องหารือจากหลายๆ ส่วนที่เกี่ยวข้องด้วย รวมถึงเมื่อร่างกฎก.ตร. เสร็จสิ้น ทาง ผบ.ตร.จะมีการเสนอไปยังที่ประชุม ก.ตร.ต่อไป รวมถึงจะหารือกับลูกน้องตำรวจตามสถานีตำรวจภูธรต่างๆ เอามาหารือด้วยว่าก.ตร.นี้มีความเห็นอย่างไร โดยขณะนี้ก็ยังใช้กฎก.ตร.ฉบับเก่าอยู่ ทั้งนี้หากกฎก.ตร.แล้วเสร็จสมบูรณ์ ก็สามารถยกกฎก.ตร.ใหม่แต่งตั้งต่อไป 

    วันที่โพสข่าว : 5 มค. 2559 เวลา 15:10 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

ข่าวเด่นวันนี้

ข่าวที่มีผู้ share สูงสุด 24 ชม.